
พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
"สืบสาน รักษา และต่อยอด" — พระปณิธานเพื่อแผ่นดินไทย
ทรงพระเจริญ
พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
"สืบสาน รักษา และต่อยอด"
พระปณิธานเพื่อแผ่นดินไทย
"การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน คือ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ มีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี"
— พระบรมราโชบายด้านการศึกษา
ส่วนที่ 1: พระราชประวัติ
พระราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร
ทรงเป็น พระราชโอรสพระองค์เดียว ใน:
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทรงมีพระเชษฐภคินี (พระพี่นาง) 1 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระขนิษฐา (พระน้องนาง) 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
ทรงได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่า "วชิราลงกรณ" ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้ถือวชิราวุธ" หรือ "สายฟ้า" เป็นพระนามที่สืบเนื่องมาจากพระบรมนามาภิไธยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งมีพระบรมนามาภิไธยว่า "วชิราวุธ" อันแสดงถึงความเชื่อมโยงทางสายพระโลหิตและพระราชประเพณีอันงดงามของราชวงศ์จักรี
เส้นทางการศึกษา — จากพระตำหนักจิตรลดาสู่สถาบันระดับโลก
เส้นทางการศึกษาของพระองค์ถือเป็นแบบอย่างอันวิเศษสุดของการ "เปิดโลกทัศน์" และ "สร้างวินัย" ผ่านสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การศึกษาในประเทศไทย (พ.ศ. 2499–2509)
ปี พ.ศ. | สถาบัน | รายละเอียด |
|---|---|---|
2499 | โรงเรียนจิตรลดา | ทรงเริ่มต้นการศึกษาในระดับอนุบาลภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน |
2499–2509 | โรงเรียนจิตรลดา | ทรงศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 1 |
ในช่วงที่ทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนจิตรลดา พระองค์ทรงเรียนรู้ร่วมกับพระเชษฐภคินีและพระขนิษฐา รวมถึงบุตรหลานของข้าราชบริพารและบุคคลทั่วไป ทำให้พระองค์ทรงเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเสมอภาคตั้งแต่ทรงพระเยาว์
การศึกษาในสหราชอาณาจักร (พ.ศ. 2509–2513)
ปี พ.ศ. | สถาบัน | สถานที่ |
|---|---|---|
2509 | โรงเรียนคิงส์มีด (King's Mead School) | เมืองซีฟอร์ด แคว้นซัสเซกส์ |
2510–2513 | โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ (Millfield School) | เมืองสตรีท แคว้นซอมเมอร์เซ็ท |
โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ เป็นโรงเรียนประจำ (Boarding School) ชั้นนำระดับประเทศที่เน้นทั้งด้านวิชาการและกีฬา การที่ทรงศึกษาในระบบ Boarding School ของอังกฤษนั้น เป็นการฝึกฝนความเป็นตัวของตัวเอง ความมีระเบียบวินัย และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในวัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างยิ่ง
การศึกษาในเครือรัฐออสเตรเลีย (พ.ศ. 2513–2519)
นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในเส้นทางการศึกษาของพระองค์
ปี พ.ศ. | สถาบัน | รายละเอียด |
|---|---|---|
2513–2514 | โรงเรียนคิงส์ (The King's School) | เมืองพารามัตตา นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ |
2515–2519 | วิทยาลัยการทหารดันทรูน (Royal Military College, Duntroon) | กรุงแคนเบอร์รา — สถาบันการทหารชั้นนำระดับโลก |
ความสำคัญของวิทยาลัยการทหารดันทรูน:
เป็นสถาบันฝึกนายทหารที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงของออสเตรเลีย เทียบเท่ากับ West Point ของสหรัฐอเมริกา หรือ Sandhurst ของอังกฤษ
พระองค์ทรงผ่านการฝึกอันเข้มข้นทั้งด้านยุทธวิธี ความเป็นผู้นำ การรบในภูมิประเทศต่างๆ และความอดทนทางร่างกายและจิตใจ
ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2519 โดยทรงได้รับ ปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาทหาร) อันเป็นพื้นฐานสำคัญของความเชี่ยวชาญด้านการทหารในเวลาต่อมา
การศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย
ปี พ.ศ. | สถาบัน | วุฒิการศึกษา |
|---|---|---|
2521 | โรงเรียนเสนาธิการทหารบก | หลักสูตรเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 56 |
2525 | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | นิติศาสตรบัณฑิต (สาขานิติศาสตร์) |
2533 | วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร | หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร |
สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ การที่พระองค์ทรงเลือกศึกษาที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิดที่ใช้ระบบการศึกษาทางไกล สะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ทรงเข้าพระราชหฤทัยในคุณค่าของ "การศึกษาตลอดชีวิต" และ "การศึกษาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน" ซึ่งพระประสบการณ์ตรงนี้เองที่หล่อหลอมให้พระองค์ทรงมีสายพระเนตรยาวไกลด้านการสนับสนุนการศึกษาทางไกลในเวลาต่อมา
พระปรีชาสามารถด้านการบิน — "กษัตริย์นักบิน"
พระองค์ทรงเป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็น "กษัตริย์นักบิน" (The Pilot King) ทรงมีชั่วโมงบินสะสมนับพันชั่วโมง และทรงผ่านหลักสูตรการบินหลายระดับ:
ทรงศึกษาหลักสูตรการบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ณ ศูนย์การบินทหารบก
ทรงศึกษาหลักสูตรการบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี แบบ AH-1 (Cobra) ณ ศูนย์การบินทหารบก สหรัฐอเมริกา
ทรงศึกษาหลักสูตรนักบินขับไล่ไอพ่นขั้นสูง (เครื่องบิน F-5 E/F) กับกองทัพอากาศไทย
ทรงสำเร็จการฝึกบินเครื่องบินพาณิชย์ โบอิ้ง 737-400 จากบริษัทการบินไทย
ทรงเคยทำหน้าที่ กัปตันเครื่องบินโบอิ้ง 737 ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ของการบินไทย
พระปรีชาสามารถด้านการบินนี้ไม่ใช่เพียงความสนพระราชหฤทัยส่วนพระองค์ แต่ทรงนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากำลังทางอากาศของชาติ และทรงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นายทหารอากาศไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่า
การขึ้นทรงราชย์
วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 — ทรงได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (พระรัชทายาท)
วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 — พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต
วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 — ทรงรับอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็น พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี
วันที่ 4–6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 — พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อันเป็นพระราชพิธีที่สง่างามและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในรัชสมัย
ส่วนที่ 2: พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา หัวใจแห่งการสร้างชาติ
"การสร้างคนดีให้แก่บ้านเมืองนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด"
ด้านการศึกษาเป็นพระราชกรณียกิจที่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะทรงเชื่อมั่นว่าการศึกษาคือ "เครื่องมือ" ในการพัฒนาคนและพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน
2.1 มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)
จุดกำเนิด
ทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. เป็นโครงการที่ทรงให้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2552 ด้วยพระราชปณิธานที่ว่า "เด็กที่เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม แต่มีฐานะยากจน ต้องมีโอกาสเรียนต่อ"
รายละเอียดของทุน
หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
ชื่อเต็ม | ทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร |
ก่อตั้ง | พ.ศ. 2552 |
กลุ่มเป้าหมาย | นักเรียนที่จบ ม.3 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ |
คุณสมบัติ | เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีจิตสาธารณะ |
ระยะเวลา | ต่อเนื่องตั้งแต่ ม.ปลาย จนถึง ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า |
เงื่อนไข | ไม่มีข้อผูกมัดใช้ทุนคืน |
จำนวนคัดเลือก | ปีละประมาณ 150 ทุน (จังหวัดละ 2 คน) |
เป้าหมายสูงสุดของทุน ม.ท.ศ.
พระองค์ทรงกำหนดเป้าหมายของทุนนี้ไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่ "ช่วยให้เรียนจบ" แต่ต้อง:
ให้เยาวชนมีโอกาสเรียนสูงสุดตามศักยภาพ — ไม่ว่าจะเป็นสายสามัญ สายอาชีพ หรือสายวิชาชีพ
ปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองดี — ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและการดูแลชุมชน
สร้างความยั่งยืน — ให้เยาวชนเรียนจบ มีงานทำ เลี้ยงดูครอบครัวได้ และกลับไปพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิด
สร้างเครือข่ายศิษย์เก่า — เชื่อมโยงนักเรียนทุนทุกรุ่นให้ช่วยเหลือกันและเป็นกำลังสำคัญของชาติ
ความพิเศษของทุน ม.ท.ศ.
สิ่งที่ทำให้ทุนนี้ แตกต่างจากทุนการศึกษาอื่นๆ ทั้งหมด คือ:
ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนเริ่มต้น
ทรงติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนทุนด้วยพระองค์เอง ทรงรับทราบรายงานผลการเรียน ปัญหา และอุปสรรคของเด็กแต่ละคน
ไม่จำกัดเฉพาะด้านวิชาการ ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์การเรียน และค่าที่พัก
ไม่มีเงื่อนไขชดใช้ทุน แต่สิ่งที่ทรงขอคือ ให้เด็กเหล่านี้ "เป็นคนดี" และ "ช่วยเหลือผู้อื่น" ต่อไป
จนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนที่ได้รับทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. ไปแล้ว กว่า 2,000 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศ หลายคนสำเร็จการศึกษาและกลับไปเป็นครู แพทย์ พยาบาล วิศวกร ข้าราชการ และผู้ประกอบการที่พัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
2.2 พระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ประการ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแนวทางที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมแก่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ว่าการศึกษาต้อง "สร้างคน" ไม่ใช่แค่ "สร้างความรู้" โดยทรงกำหนดเป้าหมาย 4 ประการ:
ประการที่ 1: มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง
ผู้เรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
รู้จักรักษาผลประโยชน์ของชาติ
มีความสำนึกต่อหน้าที่ของตนในฐานะพลเมือง
ประการที่ 2: มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง — มีคุณธรรม
มีระเบียบวินัย สุจริต จริงใจ
รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ
กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
ปฏิเสธสิ่งที่ผิดได้อย่างเด็ดขาด
ประการที่ 3: มีงานทำ — มีอาชีพ
เด็กต้องมีทักษะ ความสามารถ ที่จะประกอบอาชีพได้
ต้องรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ
ไม่เลือกงาน แต่ทำทุกงานให้ดีที่สุด
สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างสุจริต
ประการที่ 4: เป็นพลเมืองดี
เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีจิตใจที่เปิดกว้าง
ช่วยเหลือสังคมและชุมชน
ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
เป็นผู้ "ให้" มากกว่าเป็นผู้ "รับ"
พระบรมราโชบาย 4 ข้อนี้ ได้กลายเป็น "เข็มทิศ" ที่สถาบันการศึกษาทุกระดับน้อมนำไปเป็นแนวทางในการจัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงอุดมศึกษา
2.3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ — "มหาวิทยาลัยของพระราชา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น"
พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ เป็นอย่างมาก เพราะทรงมองว่านี่คือสถาบันที่มี "บทบาทสำคัญที่สุด" ในการพัฒนาท้องถิ่น
การพระราชทานปริญญาบัตร
สิ่งที่ประจักษ์ชัดที่สุดคือ พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ด้วยพระองค์เอง มาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับสิบๆ ปี (ตั้งแต่ครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ)
ในแต่ละปี ทรงพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่บัณฑิตราชภัฏจำนวน หลายหมื่นคน ใช้เวลาหลายสัปดาห์ บางวันทรงพระราชทานตั้งแต่เช้าจนค่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตาที่มีต่อบัณฑิตทุกคน
พระบรมราโชบายสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ
พระองค์ทรงพระราชทานแนวทางที่ชัดเจนให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ:
ยกระดับคุณภาพการศึกษา ของครูและนักศึกษาให้มีมาตรฐาน
พัฒนาท้องถิ่น อย่างเป็นรูปธรรม ให้มหาวิทยาลัยเป็น "พี่เลี้ยง" ของชุมชน
ผลิตครูที่มีคุณภาพ เพราะ "ครูดี" คือ จุดเริ่มต้นของ "นักเรียนดี"
วิจัยและพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาท้องถิ่นโดยตรง
ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ของแต่ละภูมิภาค
ด้วยพระบรมราโชบายนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏจึงได้จัดทำ "โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น" ส่งอาจารย์และนักศึกษาลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชน ตั้งแต่การสอนเกษตรกรให้ทำบัญชีครัวเรือน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและการยกระดับคุณภาพชีวิต
2.4 การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) — ลดเหลื่อมล้ำ เติมเต็มโอกาส
จากรัชกาลที่ 9 สู่การต่อยอดในรัชกาลที่ 10
มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโครงการที่ รัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2538 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง "สืบสานและต่อยอด" โครงการนี้อย่างเต็มพระกำลัง:
ทรงรับมูลนิธิฯ ไว้ใน พระบรมราชูปถัมภ์
ทรงสนับสนุนให้มีการ ปรับปรุงระบบการถ่ายทอด ให้ทันสมัย จากระบบดาวเทียมสู่ระบบออนไลน์ (Internet-based)
ทรงสนับสนุนให้ ขยายการใช้งาน DLTV ไปยังโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 15,000 แห่ง
ในช่วง สถานการณ์ COVID-19 ระบบ DLTV กลายเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของการศึกษาไทย ทำให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศสามารถเรียนต่อได้โดยไม่หยุดชะงัก
ผลกระทบของ DLTV
ตัวชี้วัด | ผลลัพธ์ |
|---|---|
โรงเรียนที่ใช้ DLTV | มากกว่า 15,000 แห่ง |
นักเรียนที่ได้รับประโยชน์ | หลายล้านคนทั่วประเทศ |
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน | สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในโรงเรียนขนาดเล็ก |
ความเหลื่อมล้ำ | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ |
2.5 การพระราชทานอาคารเรียนและอุปกรณ์การศึกษา
พระองค์ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และทรงสนับสนุนให้มีการก่อสร้างอาคารเรียน ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ และระบบสาธารณูปโภคให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยเฉพาะ:
โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร บนดอยสูง ในหุบเขา บนเกาะแก่ง
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่อยู่ตามแนวชายแดน
โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทรงให้ความสำคัญว่าอาคารเรียนไม่ใช่แค่ "สิ่งก่อสร้าง" แต่ต้องเป็น "สภาพแวดล้อม" ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความปลอดภัย และเป็นสถานที่ที่เด็กๆ มีความสุข
2.6 โครงการจิตอาสาในโรงเรียน
พระบรมราโชบาย "การเป็นพลเมืองดี" ได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน โครงการจิตอาสาในสถานศึกษา ทุกระดับ:
นักเรียนและนักศึกษาได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสาในชุมชน
เรียนรู้การเสียสละ การทำงานเป็นทีม และการช่วยเหลือผู้อื่น
ปลูกฝัง "หัวใจแห่งการให้" ตั้งแต่วัยเยาว์
2.7 โรงเรียนจิตรลดา — ต้นแบบการศึกษาที่สมบูรณ์แบบ
โรงเรียนจิตรลดา ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นโรงเรียนที่รัชกาลที่ 9 ทรงก่อตั้งขึ้น และรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสานพระราชปณิธานอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาเป็น "สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา" ที่เปิดสอนทั้งระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะวิชาชีพสูงตอบโจทย์ตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน
ส่วนที่ 3 พระราชกรณียกิจด้านอื่นๆ ที่ครอบคลุมทุกมิติ
3.1 โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ"
โครงการจิตอาสาพระราชทานเป็นหนึ่งใน "มรดกทางสังคม" ที่สำคัญที่สุดของรัชกาลที่ 10 ทรงริเริ่มขึ้นเพื่อ:
รวมพลังคนไทย ทำความดีเพื่อส่วนรวม
ลงมือทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคูคลอง ทำความสะอาดชุมชน ปลูกป่า
ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งอุทกภัย วาตภัย และภัยพิบัติต่างๆ
ประเภทจิตอาสา แบ่งออกเป็น:
ประเภท | เป้าหมาย |
|---|---|
จิตอาสาพัฒนา | พัฒนาพื้นที่สาธารณะ ขุดลอกคลอง ปลูกต้นไม้ |
จิตอาสาภัยพิบัติ | ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ |
จิตอาสาเฉพาะกิจ | สนับสนุนกิจกรรมพิเศษในวาระสำคัญ |
3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
โครงการ "ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์"
ทรงก่อตั้งโครงการนี้ร่วมกับ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม:
พระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เรือนจำทั่วประเทศ
จัดทีมแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปตรวจรักษาผู้ต้องขัง
ฝึกอบรม "ผู้ต้องขังอาสาสมัคร" ให้เป็น "อาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำ (อสรจ.)"
ให้ความรู้ด้านสุขอนามัยและการป้องกันโรค
ในช่วงวิกฤต COVID-19
พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมหาศาล:
พระราชทานเครื่องช่วยหายใจ (Ventilator)
พระราชทานรถตรวจเชื้อพระราชทาน (Mobile Biosafety Lab)
พระราชทานห้องตรวจเชื้อแรงดันลบ (Negative Pressure Room)
พระราชทานรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล
พระราชทานเงินจัดซื้อวัคซีน
3.3 ด้านการบริหารจัดการน้ำและการเกษตร
ทรงสืบสานพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 9 ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน:
สนับสนุนโครงการ "โคก หนอง นา โมเดล"
สนับสนุนโครงการปรับปรุงและก่อสร้างแก้มลิง อ่างเก็บน้ำ และฝาย
ทรงเสด็จฯ ไปทรงประกอบพระราชพิธี "พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ" เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรไทย
3.4 ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ด้วยพื้นฐานทรงสำเร็จการศึกษาด้าน นิติศาสตร์ จาก มสธ. พระองค์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยที่ลึกซึ้งในด้านกฎหมายและความยุติธรรม ทรงพระราชทานพระราชบัญญัติต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
3.5 ด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทรงเสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางศาสนา
ทรงสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งนาฏศิลป์ ดนตรี สถาปัตยกรรม และงานช่างฝีมือ
ทรงให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามและโบราณสถานสำคัญทั่วประเทศ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 เป็นตัวอย่างที่งดงามที่สุดของการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยให้คงอยู่สืบไป
ตารางพระราชกรณียกิจที่สำคัญ
ด้าน | พระราชกรณียกิจหลัก | ผลกระทบต่อประชาชน |
|---|---|---|
การศึกษา | ทุน ม.ท.ศ., พระบรมราโชบาย 4 ข้อ, พัฒนาราชภัฏ, DLTV | เยาวชนกว่า 2,000 คนได้ทุน, ลดเหลื่อมล้ำทั่วประเทศ |
จิตอาสา | โครงการจิตอาสา 904 วปร. | คนไทยนับล้านร่วมทำความดี |
สาธารณสุข | ราชทัณฑ์ปันสุข, ช่วย COVID-19 | ผู้ต้องขังหลายแสนคนได้รับการดูแล |
เกษตร/น้ำ | โคก หนอง นา, พระราชพิธีแรกนาขวัญ | เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างยั่งยืน |
การทหาร/การบิน | นักบินขับไล่, กัปตันโบอิ้ง 737 | กองทัพมีขวัญกำลังใจ |
ศาสนา/วัฒนธรรม | บูรณะวัด, พระราชพิธีสำคัญ | สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม |
ดวงใจของแผ่นดิน
เมื่อมองภาพรวมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจทั้งหมดของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน "การศึกษา" พระองค์ไม่ได้ทรงมองการศึกษาเป็นเพียง "การเรียนรู้ในห้องเรียน" แต่ทรงมองเห็นภาพใหญ่ว่าการศึกษาคือ "กระบวนการสร้างคนที่สมบูรณ์" ที่มีทั้ง:
ทัศนคติที่ถูกต้อง
คุณธรรมที่มั่นคง
ทักษะอาชีพที่พึ่งพาตนเองได้
จิตสำนึกของการเป็นพลเมืองดี
สายพระเนตรอันยาวไกลนี้กำลังเปลี่ยนแปลงประเทศไทยอย่างเงียบๆ แต่ลึกซึ้ง ผ่านเยาวชนรุ่นใหม่ที่ได้รับโอกาส ได้รับแรงบันดาลใจ และเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ปวงชนชาวไทย
แหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับศึกษาเพิ่มเติม
หน่วยราชการในพระองค์
มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)
กระทรวงศึกษาธิการ
มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์
สำนักข่าวไทย กรมประชาสัมพันธ์
พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10
"สืบสาน รักษา และต่อยอด"
พระปณิธานเพื่อแผ่นดินไทย
"การศึกษาต้องมุ่งสร้างพื้นฐานให้แก่ผู้เรียน 4 ด้าน คือ มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง มีคุณธรรม มีงานทำ มีอาชีพ และเป็นพลเมืองดี"
— พระบรมราโชบายด้านการศึกษา
ส่วนที่ 1: พระราชประวัติ
พระราชสมภพ
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร
ทรงเป็น พระราชโอรสพระองค์เดียว ใน:
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ทรงมีพระเชษฐภคินี (พระพี่นาง) 1 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระขนิษฐา (พระน้องนาง) 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี
ทรงได้รับพระราชทานพระนามจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ว่า "วชิราลงกรณ" ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้ถือวชิราวุธ" หรือ "สายฟ้า" เป็นพระนามที่สืบเนื่องมาจากพระบรมนามาภิไธยของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งมีพระบรมนามาภิไธยว่า "วชิราวุธ" อันแสดงถึงความเชื่อมโยงทางสายพระโลหิตและพระราชประเพณีอันงดงามของราชวงศ์จักรี
เส้นทางการศึกษา — จากพระตำหนักจิตรลดาสู่สถาบันระดับโลก
เส้นทางการศึกษาของพระองค์ถือเป็นแบบอย่างอันวิเศษสุดของการ "เปิดโลกทัศน์" และ "สร้างวินัย" ผ่านสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ
การศึกษาในประเทศไทย (พ.ศ. 2499–2509)
ปี พ.ศ. | สถาบัน | รายละเอียด |
|---|---|---|
2499 | โรงเรียนจิตรลดา | ทรงเริ่มต้นการศึกษาในระดับอนุบาลภายในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน |
2499–2509 | โรงเรียนจิตรลดา | ทรงศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 1 |
ในช่วงที่ทรงศึกษาอยู่ที่โรงเรียนจิตรลดา พระองค์ทรงเรียนรู้ร่วมกับพระเชษฐภคินีและพระขนิษฐา รวมถึงบุตรหลานของข้าราชบริพารและบุคคลทั่วไป ทำให้พระองค์ทรงเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างเสมอภาคตั้งแต่ทรงพระเยาว์
การศึกษาในสหราชอาณาจักร (พ.ศ. 2509–2513)
ปี พ.ศ. | สถาบัน | สถานที่ |
|---|---|---|
2509 | โรงเรียนคิงส์มีด (King's Mead School) | เมืองซีฟอร์ด แคว้นซัสเซกส์ |
2510–2513 | โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ (Millfield School) | เมืองสตรีท แคว้นซอมเมอร์เซ็ท |
โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ เป็นโรงเรียนประจำ (Boarding School) ชั้นนำระดับประเทศที่เน้นทั้งด้านวิชาการและกีฬา การที่ทรงศึกษาในระบบ Boarding School ของอังกฤษนั้น เป็นการฝึกฝนความเป็นตัวของตัวเอง ความมีระเบียบวินัย และการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในวัฒนธรรมที่แตกต่างอย่างยิ่ง
การศึกษาในเครือรัฐออสเตรเลีย (พ.ศ. 2513–2519)
นี่คือช่วงเวลาสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งในเส้นทางการศึกษาของพระองค์
ปี พ.ศ. | สถาบัน | รายละเอียด |
|---|---|---|
2513–2514 | โรงเรียนคิงส์ (The King's School) | เมืองพารามัตตา นครซิดนีย์ รัฐนิวเซาท์เวลส์ |
2515–2519 | วิทยาลัยการทหารดันทรูน (Royal Military College, Duntroon) | กรุงแคนเบอร์รา — สถาบันการทหารชั้นนำระดับโลก |
ความสำคัญของวิทยาลัยการทหารดันทรูน:
เป็นสถาบันฝึกนายทหารที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงของออสเตรเลีย เทียบเท่ากับ West Point ของสหรัฐอเมริกา หรือ Sandhurst ของอังกฤษ
พระองค์ทรงผ่านการฝึกอันเข้มข้นทั้งด้านยุทธวิธี ความเป็นผู้นำ การรบในภูมิประเทศต่างๆ และความอดทนทางร่างกายและจิตใจ
ทรงสำเร็จการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2519 โดยทรงได้รับ ปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาทหาร) อันเป็นพื้นฐานสำคัญของความเชี่ยวชาญด้านการทหารในเวลาต่อมา
การศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทย
ปี พ.ศ. | สถาบัน | วุฒิการศึกษา |
|---|---|---|
2521 | โรงเรียนเสนาธิการทหารบก | หลักสูตรเสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 56 |
2525 | มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช | นิติศาสตรบัณฑิต (สาขานิติศาสตร์) |
2533 | วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สหราชอาณาจักร | หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร |
สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง คือ การที่พระองค์ทรงเลือกศึกษาที่ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเปิดที่ใช้ระบบการศึกษาทางไกล สะท้อนให้เห็นว่าพระองค์ทรงเข้าพระราชหฤทัยในคุณค่าของ "การศึกษาตลอดชีวิต" และ "การศึกษาที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน" ซึ่งพระประสบการณ์ตรงนี้เองที่หล่อหลอมให้พระองค์ทรงมีสายพระเนตรยาวไกลด้านการสนับสนุนการศึกษาทางไกลในเวลาต่อมา
พระปรีชาสามารถด้านการบิน — "กษัตริย์นักบิน"
พระองค์ทรงเป็นที่ยอมรับในระดับสากลว่าเป็น "กษัตริย์นักบิน" (The Pilot King) ทรงมีชั่วโมงบินสะสมนับพันชั่วโมง และทรงผ่านหลักสูตรการบินหลายระดับ:
ทรงศึกษาหลักสูตรการบินเฮลิคอปเตอร์ใช้งานทั่วไป ณ ศูนย์การบินทหารบก
ทรงศึกษาหลักสูตรการบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี แบบ AH-1 (Cobra) ณ ศูนย์การบินทหารบก สหรัฐอเมริกา
ทรงศึกษาหลักสูตรนักบินขับไล่ไอพ่นขั้นสูง (เครื่องบิน F-5 E/F) กับกองทัพอากาศไทย
ทรงสำเร็จการฝึกบินเครื่องบินพาณิชย์ โบอิ้ง 737-400 จากบริษัทการบินไทย
ทรงเคยทำหน้าที่ กัปตันเครื่องบินโบอิ้ง 737 ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ของการบินไทย
พระปรีชาสามารถด้านการบินนี้ไม่ใช่เพียงความสนพระราชหฤทัยส่วนพระองค์ แต่ทรงนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนากำลังทางอากาศของชาติ และทรงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่นายทหารอากาศไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่า
การขึ้นทรงราชย์
วันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 — ทรงได้รับการสถาปนาเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร (พระรัชทายาท)
วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559 — พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต
วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559 — ทรงรับอัญเชิญขึ้นทรงราชย์เป็น พระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี
วันที่ 4–6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 — พระราชพิธีบรมราชาภิเษก อันเป็นพระราชพิธีที่สง่างามและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในรัชสมัย
ส่วนที่ 2: พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา หัวใจแห่งการสร้างชาติ
"การสร้างคนดีให้แก่บ้านเมืองนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด"
ด้านการศึกษาเป็นพระราชกรณียกิจที่ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะทรงเชื่อมั่นว่าการศึกษาคือ "เครื่องมือ" ในการพัฒนาคนและพัฒนาชาติอย่างยั่งยืน
2.1 มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)
จุดกำเนิด
ทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. เป็นโครงการที่ทรงให้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2552 ด้วยพระราชปณิธานที่ว่า "เด็กที่เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม แต่มีฐานะยากจน ต้องมีโอกาสเรียนต่อ"
รายละเอียดของทุน
หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
ชื่อเต็ม | ทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร |
ก่อตั้ง | พ.ศ. 2552 |
กลุ่มเป้าหมาย | นักเรียนที่จบ ม.3 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ |
คุณสมบัติ | เรียนดี ประพฤติดี มีคุณธรรม ขาดแคลนทุนทรัพย์ มีจิตสาธารณะ |
ระยะเวลา | ต่อเนื่องตั้งแต่ ม.ปลาย จนถึง ปริญญาตรีหรือเทียบเท่า |
เงื่อนไข | ไม่มีข้อผูกมัดใช้ทุนคืน |
จำนวนคัดเลือก | ปีละประมาณ 150 ทุน (จังหวัดละ 2 คน) |
เป้าหมายสูงสุดของทุน ม.ท.ศ.
พระองค์ทรงกำหนดเป้าหมายของทุนนี้ไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่ "ช่วยให้เรียนจบ" แต่ต้อง:
ให้เยาวชนมีโอกาสเรียนสูงสุดตามศักยภาพ — ไม่ว่าจะเป็นสายสามัญ สายอาชีพ หรือสายวิชาชีพ
ปลูกฝังจิตสำนึกความเป็นพลเมืองดี — ผ่านกิจกรรมจิตอาสาและการดูแลชุมชน
สร้างความยั่งยืน — ให้เยาวชนเรียนจบ มีงานทำ เลี้ยงดูครอบครัวได้ และกลับไปพัฒนาท้องถิ่นบ้านเกิด
สร้างเครือข่ายศิษย์เก่า — เชื่อมโยงนักเรียนทุนทุกรุ่นให้ช่วยเหลือกันและเป็นกำลังสำคัญของชาติ
ความพิเศษของทุน ม.ท.ศ.
สิ่งที่ทำให้ทุนนี้ แตกต่างจากทุนการศึกษาอื่นๆ ทั้งหมด คือ:
ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เป็นทุนเริ่มต้น
ทรงติดตามความก้าวหน้าของนักเรียนทุนด้วยพระองค์เอง ทรงรับทราบรายงานผลการเรียน ปัญหา และอุปสรรคของเด็กแต่ละคน
ไม่จำกัดเฉพาะด้านวิชาการ ยังสนับสนุนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์การเรียน และค่าที่พัก
ไม่มีเงื่อนไขชดใช้ทุน แต่สิ่งที่ทรงขอคือ ให้เด็กเหล่านี้ "เป็นคนดี" และ "ช่วยเหลือผู้อื่น" ต่อไป
จนถึงปัจจุบัน มีเยาวชนที่ได้รับทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. ไปแล้ว กว่า 2,000 คน จากทุกจังหวัดทั่วประเทศ หลายคนสำเร็จการศึกษาและกลับไปเป็นครู แพทย์ พยาบาล วิศวกร ข้าราชการ และผู้ประกอบการที่พัฒนาท้องถิ่นของตนเอง
2.2 พระบรมราโชบายด้านการศึกษา 4 ประการ
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแนวทางที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมแก่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ว่าการศึกษาต้อง "สร้างคน" ไม่ใช่แค่ "สร้างความรู้" โดยทรงกำหนดเป้าหมาย 4 ประการ:
ประการที่ 1: มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง
ผู้เรียนต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย
รู้จักรักษาผลประโยชน์ของชาติ
มีความสำนึกต่อหน้าที่ของตนในฐานะพลเมือง
ประการที่ 2: มีพื้นฐานชีวิตที่มั่นคง — มีคุณธรรม
มีระเบียบวินัย สุจริต จริงใจ
รู้จักแยกแยะผิดชอบชั่วดี
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจ
กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ
ปฏิเสธสิ่งที่ผิดได้อย่างเด็ดขาด
ประการที่ 3: มีงานทำ — มีอาชีพ
เด็กต้องมีทักษะ ความสามารถ ที่จะประกอบอาชีพได้
ต้องรักงาน สู้งาน ทำงานจนสำเร็จ
ไม่เลือกงาน แต่ทำทุกงานให้ดีที่สุด
สามารถเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้อย่างสุจริต
ประการที่ 4: เป็นพลเมืองดี
เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีจิตใจที่เปิดกว้าง
ช่วยเหลือสังคมและชุมชน
ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
เป็นผู้ "ให้" มากกว่าเป็นผู้ "รับ"
พระบรมราโชบาย 4 ข้อนี้ ได้กลายเป็น "เข็มทิศ" ที่สถาบันการศึกษาทุกระดับน้อมนำไปเป็นแนวทางในการจัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงอุดมศึกษา
2.3 มหาวิทยาลัยราชภัฏ — "มหาวิทยาลัยของพระราชา เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น"
พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏ 38 แห่งทั่วประเทศ เป็นอย่างมาก เพราะทรงมองว่านี่คือสถาบันที่มี "บทบาทสำคัญที่สุด" ในการพัฒนาท้องถิ่น
การพระราชทานปริญญาบัตร
สิ่งที่ประจักษ์ชัดที่สุดคือ พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ด้วยพระองค์เอง มาอย่างต่อเนื่องยาวนานนับสิบๆ ปี (ตั้งแต่ครั้งยังทรงเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ)
ในแต่ละปี ทรงพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่บัณฑิตราชภัฏจำนวน หลายหมื่นคน ใช้เวลาหลายสัปดาห์ บางวันทรงพระราชทานตั้งแต่เช้าจนค่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงถึงพระวิริยะอุตสาหะและพระเมตตาที่มีต่อบัณฑิตทุกคน
พระบรมราโชบายสำหรับมหาวิทยาลัยราชภัฏ
พระองค์ทรงพระราชทานแนวทางที่ชัดเจนให้มหาวิทยาลัยราชภัฏ:
ยกระดับคุณภาพการศึกษา ของครูและนักศึกษาให้มีมาตรฐาน
พัฒนาท้องถิ่น อย่างเป็นรูปธรรม ให้มหาวิทยาลัยเป็น "พี่เลี้ยง" ของชุมชน
ผลิตครูที่มีคุณภาพ เพราะ "ครูดี" คือ จุดเริ่มต้นของ "นักเรียนดี"
วิจัยและพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาท้องถิ่นโดยตรง
ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ของแต่ละภูมิภาค
ด้วยพระบรมราโชบายนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏจึงได้จัดทำ "โครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น" ส่งอาจารย์และนักศึกษาลงพื้นที่ทำงานร่วมกับชุมชน ตั้งแต่การสอนเกษตรกรให้ทำบัญชีครัวเรือน ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นและการยกระดับคุณภาพชีวิต
2.4 การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) — ลดเหลื่อมล้ำ เติมเต็มโอกาส
จากรัชกาลที่ 9 สู่การต่อยอดในรัชกาลที่ 10
มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นโครงการที่ รัชกาลที่ 9 ทรงริเริ่มขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2538 เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรง "สืบสานและต่อยอด" โครงการนี้อย่างเต็มพระกำลัง:
ทรงรับมูลนิธิฯ ไว้ใน พระบรมราชูปถัมภ์
ทรงสนับสนุนให้มีการ ปรับปรุงระบบการถ่ายทอด ให้ทันสมัย จากระบบดาวเทียมสู่ระบบออนไลน์ (Internet-based)
ทรงสนับสนุนให้ ขยายการใช้งาน DLTV ไปยังโรงเรียนทั่วประเทศกว่า 15,000 แห่ง
ในช่วง สถานการณ์ COVID-19 ระบบ DLTV กลายเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของการศึกษาไทย ทำให้เด็กนักเรียนทั่วประเทศสามารถเรียนต่อได้โดยไม่หยุดชะงัก
ผลกระทบของ DLTV
ตัวชี้วัด | ผลลัพธ์ |
|---|---|
โรงเรียนที่ใช้ DLTV | มากกว่า 15,000 แห่ง |
นักเรียนที่ได้รับประโยชน์ | หลายล้านคนทั่วประเทศ |
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน | สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในโรงเรียนขนาดเล็ก |
ความเหลื่อมล้ำ | ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ |
2.5 การพระราชทานอาคารเรียนและอุปกรณ์การศึกษา
พระองค์ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และทรงสนับสนุนให้มีการก่อสร้างอาคารเรียน ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ และระบบสาธารณูปโภคให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศ โดยเฉพาะ:
โรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร บนดอยสูง ในหุบเขา บนเกาะแก่ง
โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่อยู่ตามแนวชายแดน
โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
ทรงให้ความสำคัญว่าอาคารเรียนไม่ใช่แค่ "สิ่งก่อสร้าง" แต่ต้องเป็น "สภาพแวดล้อม" ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ มีความปลอดภัย และเป็นสถานที่ที่เด็กๆ มีความสุข
2.6 โครงการจิตอาสาในโรงเรียน
พระบรมราโชบาย "การเป็นพลเมืองดี" ได้ถูกนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน โครงการจิตอาสาในสถานศึกษา ทุกระดับ:
นักเรียนและนักศึกษาได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสาในชุมชน
เรียนรู้การเสียสละ การทำงานเป็นทีม และการช่วยเหลือผู้อื่น
ปลูกฝัง "หัวใจแห่งการให้" ตั้งแต่วัยเยาว์
2.7 โรงเรียนจิตรลดา — ต้นแบบการศึกษาที่สมบูรณ์แบบ
โรงเรียนจิตรลดา ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เป็นโรงเรียนที่รัชกาลที่ 9 ทรงก่อตั้งขึ้น และรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสานพระราชปณิธานอย่างต่อเนื่อง โดยพัฒนาเป็น "สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา" ที่เปิดสอนทั้งระดับ ปวช. ปวส. และปริญญาตรี เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะวิชาชีพสูงตอบโจทย์ตลาดแรงงานในยุคปัจจุบัน
ส่วนที่ 3 พระราชกรณียกิจด้านอื่นๆ ที่ครอบคลุมทุกมิติ
3.1 โครงการจิตอาสาพระราชทาน 904 วปร. "เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ"
โครงการจิตอาสาพระราชทานเป็นหนึ่งใน "มรดกทางสังคม" ที่สำคัญที่สุดของรัชกาลที่ 10 ทรงริเริ่มขึ้นเพื่อ:
รวมพลังคนไทย ทำความดีเพื่อส่วนรวม
ลงมือทำจริง ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกคูคลอง ทำความสะอาดชุมชน ปลูกป่า
ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งอุทกภัย วาตภัย และภัยพิบัติต่างๆ
ประเภทจิตอาสา แบ่งออกเป็น:
ประเภท | เป้าหมาย |
|---|---|
จิตอาสาพัฒนา | พัฒนาพื้นที่สาธารณะ ขุดลอกคลอง ปลูกต้นไม้ |
จิตอาสาภัยพิบัติ | ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางธรรมชาติ |
จิตอาสาเฉพาะกิจ | สนับสนุนกิจกรรมพิเศษในวาระสำคัญ |
3.2 ด้านการแพทย์และสาธารณสุข
โครงการ "ราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์"
ทรงก่อตั้งโครงการนี้ร่วมกับ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เพื่อให้ผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศได้รับการดูแลสุขภาพอย่างเท่าเทียม:
พระราชทานเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เรือนจำทั่วประเทศ
จัดทีมแพทย์เคลื่อนที่เข้าไปตรวจรักษาผู้ต้องขัง
ฝึกอบรม "ผู้ต้องขังอาสาสมัคร" ให้เป็น "อาสาสมัครสาธารณสุขในเรือนจำ (อสรจ.)"
ให้ความรู้ด้านสุขอนามัยและการป้องกันโรค
ในช่วงวิกฤต COVID-19
พระองค์ทรงพระราชทานความช่วยเหลืออย่างมหาศาล:
พระราชทานเครื่องช่วยหายใจ (Ventilator)
พระราชทานรถตรวจเชื้อพระราชทาน (Mobile Biosafety Lab)
พระราชทานห้องตรวจเชื้อแรงดันลบ (Negative Pressure Room)
พระราชทานรถเอกซเรย์ระบบดิจิทัล
พระราชทานเงินจัดซื้อวัคซีน
3.3 ด้านการบริหารจัดการน้ำและการเกษตร
ทรงสืบสานพระราชปณิธานของรัชกาลที่ 9 ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน:
สนับสนุนโครงการ "โคก หนอง นา โมเดล"
สนับสนุนโครงการปรับปรุงและก่อสร้างแก้มลิง อ่างเก็บน้ำ และฝาย
ทรงเสด็จฯ ไปทรงประกอบพระราชพิธี "พืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ" เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรไทย
3.4 ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
ด้วยพื้นฐานทรงสำเร็จการศึกษาด้าน นิติศาสตร์ จาก มสธ. พระองค์ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยที่ลึกซึ้งในด้านกฎหมายและความยุติธรรม ทรงพระราชทานพระราชบัญญัติต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน
3.5 ด้านศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
ทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง ทรงเสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในวันสำคัญทางศาสนา
ทรงสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งนาฏศิลป์ ดนตรี สถาปัตยกรรม และงานช่างฝีมือ
ทรงให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอารามและโบราณสถานสำคัญทั่วประเทศ
พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 เป็นตัวอย่างที่งดงามที่สุดของการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทยให้คงอยู่สืบไป
ตารางพระราชกรณียกิจที่สำคัญ
ด้าน | พระราชกรณียกิจหลัก | ผลกระทบต่อประชาชน |
|---|---|---|
การศึกษา | ทุน ม.ท.ศ., พระบรมราโชบาย 4 ข้อ, พัฒนาราชภัฏ, DLTV | เยาวชนกว่า 2,000 คนได้ทุน, ลดเหลื่อมล้ำทั่วประเทศ |
จิตอาสา | โครงการจิตอาสา 904 วปร. | คนไทยนับล้านร่วมทำความดี |
สาธารณสุข | ราชทัณฑ์ปันสุข, ช่วย COVID-19 | ผู้ต้องขังหลายแสนคนได้รับการดูแล |
เกษตร/น้ำ | โคก หนอง นา, พระราชพิธีแรกนาขวัญ | เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างยั่งยืน |
การทหาร/การบิน | นักบินขับไล่, กัปตันโบอิ้ง 737 | กองทัพมีขวัญกำลังใจ |
ศาสนา/วัฒนธรรม | บูรณะวัด, พระราชพิธีสำคัญ | สืบสานมรดกทางวัฒนธรรม |
ดวงใจของแผ่นดิน
เมื่อมองภาพรวมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจทั้งหมดของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว จะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน "การศึกษา" พระองค์ไม่ได้ทรงมองการศึกษาเป็นเพียง "การเรียนรู้ในห้องเรียน" แต่ทรงมองเห็นภาพใหญ่ว่าการศึกษาคือ "กระบวนการสร้างคนที่สมบูรณ์" ที่มีทั้ง:
ทัศนคติที่ถูกต้อง
คุณธรรมที่มั่นคง
ทักษะอาชีพที่พึ่งพาตนเองได้
จิตสำนึกของการเป็นพลเมืองดี
สายพระเนตรอันยาวไกลนี้กำลังเปลี่ยนแปลงประเทศไทยอย่างเงียบๆ แต่ลึกซึ้ง ผ่านเยาวชนรุ่นใหม่ที่ได้รับโอกาส ได้รับแรงบันดาลใจ และเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า ปวงชนชาวไทย
แหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับศึกษาเพิ่มเติม
หน่วยราชการในพระองค์
มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)
กระทรวงศึกษาธิการ
มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์
สำนักข่าวไทย กรมประชาสัมพันธ์









